Initial character set: latin1 Current character set: utf8 + + + chakrapat.com + + +
     
 

พระมหาจักรพรรดิพระโพธิสัตว์กวนอิมปาง ๔ พระพักตร

  

 

   

 " พระพักตร์จีน "
   " พระพักตร์ญี่ปุ่น "
   " พระพักตร์เกาหลี "
   

" พระพักตร์ไทย "

         
     พระกวนอิมโพธิสัตว์ หรือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์  เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการกราบไหว้บูชาอย่างแพร่หลายจากทั่วทุกมุมโลก จีน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี คำว่า พระโพธิสัตว์ เปรียบเสมือน ผู้ตั้งจิตแนวแน่ในการบำเพ็ญเพียรเพื่อที่จะเป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต จึงมีการสร้างสมบุญญาบารมีเพื่อโปรดสัตว์โลกให้พ้นจากทุกข์ องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นพระมหาโพธิสัตว์องค์สำคัญที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด  พระผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตาต่อสรรพสัตว์ บ่งชี้ถึงสัญลักษณ์ ความเมตตามหาการุณย์ เพื่อโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ทั้งปวง ดังพระมหาปณิธานว่า " หากยังมีสัตว์ ตกทุกข์ได้ยากอยู่ จะไม่ขอบรรลุพระพุทธภูมิ "

      ต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย เรียกกันในภาษาสันสกฤตว่า " พระอวโลกิเตศวร " แปลว่า ผู้เฝ้ามองความทุกข์และสดับเสียงร้องของสัตว์โลกด้วยความเมตตากรุณา ในคัมภีร์พระสูตรหลายๆเล่มกล่าวถึง หากสรรเสริญอ้อนวอนเอ่ยขานพระนามด้วยความศรัทธาตั้งมั่นแล้ว " ถึงแม้ชะตาชีวิตสิ้นหวังก็จะมีเหตุต่างๆให้คลี่คลายโดยพลัน " , " เมื่อประสบภัยทางธรรมชาติ จะปลอยภัยจากภัยต่างๆโดยพลัน " , " หากภูติผีปีศาจร้ายรังควานทุกเช้าค่ำ ก็มิกล้าทำร้ายโดยพลัน " , " เจ็บไข้ได้ป่วย จะคลี่คลายความทุกข์ทางกายโดยพลัน "ฯลฯ เป็นต้น

        เรื่องราวพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ปรากฎในคัมภีร์สันสกฤต อาทิ ปรัชญาปารมิตาสูตร , สัทธรรมปุณฑริกสูตร , การัณฑวยูหสูตฺร  เป็นต้น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เป็นพระอัครสาวกที่ประทับอยู่ ณ ตำแหน่งเบื้องขวาของ พระอมิตาภพุทธะ และ พระมหาสถามปราปต์มหาโพธิสัตว์ เป็นพระอัครสาวกที่ประทับอยู่ ณ ตำแหน่งเบื้องซ้ายของพระอมิตาภพุทธะ ซึ่งอยู่บนสรวงสวรรค์ สุขาวดี พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทรงนริมาณกายได้หลากหลายมากมาย หากมีผู้จริตสมควรได้รับการโปรดด้วยรูปกายของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกโพธิ พระอรหันตสาวก ท้าวมเหศวร องค์อิทนาธิราช ท้าวจตุโลกบาล พุทธบริษัท ๔ พราหมณ์ สตรีเพศ เด็กหญิง เด็กชาย หรือจะเป็นเทพ เทวดา ยักษ์ นาค อสูร กินนร มโหราค ครุฑ มนุษย์และอมนุษย์ พระอวโลกิเตศวรก็จักอวตารกายเป็นรูปลักษณ์ที่ประเสริฐอลังการกว่าบุคคลนั้นเพื่อ สยบทิฐิมานะของผู้นั้นเสียก่อนแล้วจึงเทศนาธรรมโปรดภายหลัง

ปรัชญาปารมิตาสูตร คือ ปรัชญา เป็นความรู้แจ้งเห็นจริงที่จะให้เข้าถึงพระนิพพานในที่สุด
สัทธรรมปุณฑริกสูตร เป็นพระสุตรสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าทรงเลือกมาสอนมนุษย ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน
การัณฑวยูหสูตร กล่าวว่าบรรจุหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามหายานที่สำคัญๆ เอาไว้ เช่น บทบาทของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์, กำเนิดแนวคิดเรื่องอาทิพุทธ โดยมีช่วงหนึ่งว่า มีเทพเจ้า ๑๒ องค์ออกมาจากพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ๑. พระพรหม ( พระพาหา ) ๒. พระนารายณ์ ๓. พระมหาเทพ ๔. พระอินทร์ ( รากพระเกศา ) ๕. พระวรุณ ( พระอุทร ) ๖. พระพาย ( โอษฐ์ ) ๗. พระยม ๘. พระอาทิตย์ ๙.พระจันทร์(พระเนตร) ๑๐. พระปฤถิวี ( พระบาท ) ๑๑. พระสุรัสวดี ( พระทนต์ ) ๑๒. พระลักษมี ( พระชานุทั้งสอง )
พระอมิตาภพุทธะ
พระอมิตาภพุทธะ เป็นพระธยานิพุทธะ ๑ ใน ๕ องค์ (  ๑. พระไวโรจนพุทธะ , ๒. พระอักโษภยพุทธะ , ๓. พระรัตนสัมภวพุทธะ , ๔. พระอมิตาภพุทธะ , ๕. พระอโมฆสิทธิพุทธะ ) พระธยานิพุทธะทั้ง ๕ องค์นี้ได้สร้างพระธยานิโพธิสัตว์ขึ้นด้วยอำนาจฌานของตนอีก ๕ องค์ คือ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์เกิดจากพระไวโรจนพุทธะ พระวัชรปาณีโพธิสัตว์เกิดจากพระอักโษภยพุทธะ พระรัตนปาณีโพธิสัตว์เกิดจากพระรัตนสัมภวพุทธะ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เกิดจากพระอมิตาภพุทธะ และพระวิศวปาณีโพธิสัตว์เกิดจากพระอโมฆสิทธิพุทธะ

โคตร พุทธะ  ปัญญาญาณ กิเลส ขันธ์ ปฏิกิริยา สัญลักษณ์ ธาตุ สี ฤดู ทิศ  มุทรา
 พุทธะ  พระไวโรจนพุทธะ  มีปัญญาอันสูงสุด ความหลง รูปขันธ์ สั่งสอน ธรรมจักร  อากาศธาตุ ขาว ไม่มี ศูนย์กลาง  ธรรมจักรมุทรา
 รัตนะ พระรัตนสัมภวพุทธะ สิทธิ์เท่าเทียมกัน ความโลภ เวทนาขันธ์ ความร่ำรวย  รัตนมณี ธาตุดิน ทอง , เหลือง ใบไม้ร่วง ใต้ ทานมุทรา
 ปัทมะ  พระอมิตาภพุทธะ มนุษย์รู้จักผิดชอบชั่วดี
 ความปรารถนา  สังขารขันธ์ เสน่ห์ดึงดูดและการเอาชนะ
ดอกบัว
ธาตุไฟ
 แดง  ร้อน  ตะวันตก สมาธิมุทรา
 กรรมะ พระอโมฆสิทธิพุทธะ
สำเร็จทุกอย่าง
ความอิจฉา
วิญญาณขันธ์
ความสงบระงับ    
วัชระแฝด
 ธาตุน้ำ เขียว
หนาว
เหนือ
 อภยมุทรา
 วัชระ พระอักโษภยพุทธะ
กระจกเงา
ความโกรธ
สัญญาขันธ์
 ปกป้องและทำลาย สายฟ้า, วัชระ  ธาตุลม  สีน้ำเงิน ใบไม้ผลิ ตะวันออก
ภูมิผัสมุทรา

พระมหาสถามปราปต์มหาโพธิสัตว์ เป็นมหาโพธิสัตว์ ๑ ใน ๗ องค์ ( ๑. พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ , ๒. พระมหาสถามปราปต์มหาโพธิสัตว์ , ๓. พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ , ๔. พระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ , ๕. พระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ , ๖. พระศรีอารยเมตไตรยมหาโพธิสัตว์  , ๗. พระวัชรปาณีมหาโพธิสัตว์  )

ท้าวมเหศวร หรือพระอิศวรจอมเทพ เป็นเทพธรรมาภิบาล ๑ ใน ๒๔ พระองค์ ได้แก่ ( ๑. พระลักษมีเทวี เทวีแห่งความงาม โชคลาภและศิริมงคล , ๒. พระสุรัสวดีเทวี เทวีแห่งศิลปะวิทยาการความรู้ , ๓. ท้าวมหาพรหม ผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงเมตตาสรรพสัตว์ , ๔. ท้าวสักกะเทวราช จอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก , ๕. ท้าวธตรัฐเทวราช เจ้าแห่งคนธรรพ์ผู้คุ้มครองโลกทางทิศตะวันออก , ๖. ท้าววิรุฬหกเทวราช เจ้าแห่งกุมภัณฑ์ผู้คุ้มครองโลกทางทิศใต้ , ๗. ท้าววิรุฬปักษ์เทวราช เจ้าแห่งพญานาคผู้คุ้มครองโลกทางทิศตะวันตก , ๘. ท้าวกุเวรธนบดีเทวราช เจ้าแห่งยักษ์ผู้คุ้มครองโลกทางทิศเหนือ , ๙. พระคุยหบดีวัชรปานี เทพเจ้าแห่งความลึกลับ , ๑๐. ขุนพลปัญจิกายักษ์ มหาขุนพลยักษ์ของท้าวกุเวรธนบดีเทวราช , ๑๑. สกันธเทพ หรือ พระเวทโพธิสัตว์ , ๑๒. พระปถวีเทพ หรือ พระธรณี , ๑๓. เทพธิดาโพธิทรุม คือเทพที่รักษาต้นพระศรีมหาโพธิ์ , ๑๔. นางหาริติยักษิณี , ๑๕. เทพธิดาอาภิรดีนาม , ๑๖. ท้าวมเหศวร หรือพระอิศวรจอมเทพ , ๑๗. พระมารดามริจิ พระมารดาแห่งดวงดาว , ๑๘. พระสุริยเทพ , ๑๙. พระจันทราเทพ , ๒๐. พระดาราเทพ , ๒๑. ดาวดึงส์เทพ , ๒๒. พญายมราช ธรรมราชาผู้เป็นใหญ่ในนรกภูมิ , ๒๓. ท้าวสาครนาคราช เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในห้วงน้ำ , ๒๔. พระสุทัศนกินนรราช หรือ อสนีบาศเทพ )
องค์อิทนาธิราช เป็นชื่อของพระอินทร์
กินนร ( เพศตัวผู้ ) เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ ตามตำนานเล่าว่าอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เชิงเขาไกรลาศ
มโหราค 
เป็นอมนุษย์ชั้นต่ำต้อยที่สุด บ้างมีลำตัวเป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นงู บ้างมีลำตัวเป็นงู ศีรษะเป็นมนุษย์ มีฤทธิ์มาก


 พระมหาจักรพรรดิพระโพธิสัตว์กวนอิมปาง ๔ พระพักตร

  

 

   

 มุมด้านข้าง
" พระพักตร์จีน "
" พระพักตร์ไทย "
  มุมด้านข้าง
" พระพักตร์ญี่ปุ่น "
" พระพักตร์จีน "
   มุมด้านข้าง
" พระพักตร์ไทย "
" พระพักตร์เกาหลี "
   

 มุมด้านข้าง
" พระพักตร์เกาหลี " 
" พระพักตร์ญุี่ปุ่น "

     ตามตำนานพื้นบ้านของจีน มีการเล่าขานกันมาในราชวงศ์ซ่งเหนือ ในชาติสุดท้ายของกวนอิมพระโพธิสัตว์ (ตอนเป็นมนุษย์) เดิมชื่อเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ทรงจุติลงมาเป็นพระราชธิดาองค์ที่สามของพระเจ้าเมี่ยวจวง ต่อมาเจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ถวายตนเป็นพุทธมามกะ และทรงออกผนวชเพื่อมุ่งมั่นบำเพ็ญศีลภาวนา พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

      ครั้นเมื่อโดนขับไล่ให้ไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้ทำคนเดียว แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้

   พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวเจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของแม่ทัพฮูบีหลีจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง ๓ ครั้ง ๓ ครา พระบิดาทรงกริ้ว โดยเข้าพระทัยว่าแม่ทัพฮูบีหลีไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารแม่ทัพฮูบีหลีแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก

   ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม ฝ่ายพระบิดา ( พระเจ้าเมี่ยวจวง ) เข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก

     ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระเจ้าเมี่ยวจวง ได้ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหาริย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน

          วันคล้ายวันโพธิสัตว์สมภพ คือ วันที่ ๑๙ เดือน ๒ ของจีน
          วันคล้ายวันเสด็จออกผนวช คือ วันที่ ๑๙ เดือน ๙ ของจีน
          วันคล้ายวันสำเร็จธรรม คือ วันที่ ๑๙ เดือน ๖ ของจีน

เคล็ดลับ : ผู้ใดกล่าวสรรเสริญบทสวด ฮ่งไป่กวงอิม และ กวงอิมฮุกโจ้วเป๋าอุ่งเกง ๑ จบ และเดินจงกรมรอบองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมโดยทำใจนิ่งสงบ โดยเดินจงกรมครบ ๙ รอบ จะมีเทพคุ้มครองในยามตื่น - ยามนอน - รู้เท่าทันในด้านการดำเนินชีวิต

ผู้ใดประสบปัญหาขัดสน ในด้านการดำเนินชีวิต ด้านการงาน ด้านการเงิน ด้านความรัก ด้านสังคม ให้
เดินจงกรมทวนเข็มนาฬิกา
( การเดินจงกรมทวนเข็มนาฬิกา หมายถึง ขอบารมีพระโพธิสัตว์ช่วยแก้ไขการดำรงชีวิตที่ขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงทางโลกและทางธรรมให้ เปรียบเหมือนว่ายน้ำผ่านคลื่นลูกใหญ่ ที่โหมกระหน่ำอยู่ ให้ว่ายน้ำอย่างสบายๆไม่เหน็ดเหนื่อย
) เริ่มเดินจงกรมทางด้านที่เราจะแก้ไขด้านนั้นๆ เช่น
-   ติดขัดด้านการเงิน เช่น เป็นหนี้สิน การเสี่ยงลงทุนที่อาจจะขาดทุน ฯลฯ ให้เริ่มเดินจงกรมทางด้านพระพักตร์จีน

-   ขัดแย้งด้านสังคม เช่น ผู้ร่วมงานเอารัดเอาเปรียบ โดนใส่ร้าย หลอกหลวง ไม่ชอบกันโดยไม่มีสาเหตุ ฯลฯ รวมทั้ง การเข้าใจผิดกันในด้านการสื่อสารสนทนา ให้เริ่มเดินจงกรมทางด้านพระพักตร์ไทย
-   สับสนการดำเนินชีวิต เช่น เลือกอาชีพที่จะทำ เลือกคณะที่จะเรียน การตัดสินใจสิ่งต่างๆ รวมทั้ง คดีความต่างๆที่เราทำแล้วคิดว่าเราไม่ผิด ฯลฯ ให้เริ่มเดินจงกรมทางด้านพระพักตร์เกาหลี
-   วุ่นวายในด้านครอบครัว เช่น ครอบครัวไม่ให้ความเคารพกันและกัน ลูกเกเรไม่เชื่อฟัง ป่วย ฯลฯ รวมทั้งปัดเป่า คุณไสย คุณคน คุณทน ให้เริ่มเดินจงกรมทางด้านพระพักตร์ญี่ปุ่น

หากไม่สามารถเดินจงกรมหรือไม่สะดวกที่จะทำ ให้นั่งทำใจสงบ นั่งมองธรรมชาติในบริเวณมูลนิธิพระโพธิสัตว์กวนอิม โดยใจสบายๆ เบาๆ ใจเป็นกลาง ความสุขใดใด เท่าใจหยุดนิ่ง ไม่คิดฟุ้งซ่านไม่มีอีกแล้ว เมื่อนั่งจนสุขสบายใจแล้วให้อธิษฐานโน้มจิตอันบริสุทธิ์บอกกล่าวพระโพธิสัตว์กวนอิม....( เรื่องที่ต้องการให้ช่วยและปิดแผ่นทองคำเปลว ๙ แผ่น )